ผู้นำรุ่นใหม่ต้องสร้าง ไม่ใช่แค่สั่ง
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์กรระดับโลกแห่งหนึ่งเผชิญกับวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิด — บริษัท Airbnb ต้องเผชิญกับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้ยอดจองหายไปกว่า 80% ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลายคนคาดว่าบริษัทนี้จะต้องเลิกจ้างคนแบบกะทันหัน หรือปิดกิจการไปเหมือนสตาร์ตอัปอีกหลายแห่งในยุคนั้น
แต่ Brian Chesky ซีอีโอของ Airbnb เลือกทำสิ่งที่ผู้นำสมัยใหม่พึงกระทำ — เขา “แสดงภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนผ่าน” (Adaptive Leadership) ไม่เพียงส่งอีเมลถึงพนักงานทุกคนอธิบายเหตุผลของการปลดคนอย่างละเอียด พร้อมให้การสนับสนุนด้านเงินชดเชยและหางานใหม่ แต่ยังเปิดเผยแผนธุรกิจใหม่ที่ทำให้ Airbnb ไม่เพียง “อยู่รอด” แต่ “กลับมาเติบโต” ได้อย่างแข็งแรง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความเมตตา แต่มันสะท้อนให้เห็นว่า การเป็นผู้นำในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การมีอำนาจตัดสินใจ แต่คือการมี “ทักษะ” ในการสร้างผู้นำคนอื่นๆ รอบตัวให้เติบโตได้เช่นกัน
ต่อไปนี้คือ 3 ทักษะสำคัญที่ “ผู้นำยุคใหม่” ต้องมี
- Adaptive Leadership: ปรับให้ทัน เปลี่ยนให้เป็น
🎯 ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วกว่าแผนธุรกิจ ผู้นำไม่สามารถใช้ “สัญชาตญาณ” เพียงอย่างเดียวในการขับเคลื่อนองค์กรได้อีกต่อไป ภายใต้ IMPACT Leadership Model ของ Slingshot Group มีสองมิติคือ Cultivating Growth และ Pioneering Change ที่เน้นให้ผู้นำกล้าสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
🔰 ตัวอย่างเช่น บริษัท Microsoft ภายใต้การนำของ Satya Nadella ได้เปลี่ยนจากองค์กรที่เน้นการแข่งขันภายใน (know–it–all culture) ไปเป็นองค์กรที่เน้นการเรียนรู้ (learn–it–all culture) โดยการส่งเสริมให้พนักงานล้มได้ เรียนรู้ไว และเติบโตเร็วขึ้น ความสำเร็จของ Microsoft ไม่ได้มาจากผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเดียว แต่มาจาก “ผู้นำที่กล้าปล่อยให้คนได้เรียนรู้จากความผิดพลาด” ด้วย
- Tech-Savvy Leadership: ไม่ต้องเขียนโค้ดได้ แต่ต้องเข้าใจ AI
🎯 ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม ผู้นำที่ “ไม่เข้าใจเทคโนโลยี” จะกลายเป็นจุดอ่อนขององค์กร
🔰 ตัวอย่างจริงที่น่าสนใจคือ ธนาคาร DBS ของสิงคโปร์ ที่เปลี่ยนผ่านองค์กรจากธนาคารธรรมดาสู่ “ธนาคารเทคโนโลยี” ด้วยการลงทุนในการ upskill คนทำงานกว่า 16,000 คน ให้เข้าใจ AI, Data Analytics และ Agile Thinking โดย DBS ใช้ AI เพื่อปรับปรุงการบริการลูกค้า และยังเปิดหลักสูตร “AI for Everyone” ภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานทุกคน — ไม่ว่าจะอยู่สายงานไหน — เข้าใจศักยภาพของ AI และรู้ว่าตนเองสามารถใช้มันช่วยงานได้อย่างไร ผู้นำไม่จำเป็นต้องรู้ลึกเรื่องเทคโนโลยี แต่ต้องเข้าใจและกล้าใช้มันเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ
- Collaborative Leadership: ทำงานคนเดียวไม่พอ ต้องดึงพลังของทีม
🎯 องค์กรจำนวนมากล้มเหลวไม่ใช่เพราะกลยุทธ์ไม่ดี แต่เพราะ “กำแพงไซโล” ระหว่างทีมงาน ผู้นำที่แท้จริงต้องสร้างบรรยากาศที่ทุกคนรู้สึกว่า “ฉันมีส่วนร่วม” และ “ความคิดเห็นของฉันมีค่า”
🔰ตัวอย่างเช่น บริษัท Pixar Animation Studios ที่ทุกไอเดียของภาพยนตร์ไม่ใช่เกิดจาก “ไอเดียเจ้านาย” แต่เกิดจากการ “คุยกันบนโต๊ะกลม” ที่ทุกแผนกมีสิทธิเสนอแนะได้ Brad Bird ผู้กำกับจาก Pixar เคยกล่าวว่า “ความคิดที่ดีที่สุดไม่ได้มาจากผม แต่มาจากคนที่กล้าพูดในห้องประชุม โดยไม่กลัวถูกปัดตก” ผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นคนฉลาดที่สุดในห้อง แต่ต้องสร้างพื้นที่ให้คนฉลาดกล้าพูด
สรุป: ผู้นำต้องเป็นเสมือนโรงงานสร้างผู้นำ สิ่งที่องค์กรต้องการในวันนี้ไม่ใช่ “ฮีโร่” ที่เก่งที่สุด แต่คือ “ผู้นำ” ที่สร้างทีมให้เก่งกว่าเดิมได้ทุกวัน
👉 การพัฒนาผู้นำยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ตำแหน่ง” แต่คือการมี mindset ที่พร้อมเรียนรู้ ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด และฟังผู้อื่นอย่างเข้าใจ องค์กรที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่มีคนเก่งอยู่ แต่คือองค์กรที่ สร้างคนเก่งได้ตลอดเวลา
🔍 คุณได้ใช้เวลากับการ “พัฒนาคนรอบตัว” มากพอหรือยัง?
🔍 คุณมีวัฒนธรรมการ “กล้าล้มเพื่อเรียนรู้” ในทีมของคุณหรือไม่?
🔍 ถ้าคุณต้องเปลี่ยนทีมให้เป็น “ผู้นำรุ่นใหม่” คุณจะเริ่มจากอะไร?
ลองตั้งคำถามกับตัวเอง และอย่าลืม… ผู้นำที่ดีที่สุด ไม่ได้วัดจากผลงานวันนี้ แต่วัดจาก “จำนวนผู้นำที่เขาสร้างไว้ในวันพรุ่งนี้” 🌱
หากคุณเคยมีประสบการณ์ในการสร้างวัฒนธรรมแบบนี้ หรือกำลังพัฒนาให้เกิดขึ้นในองค์กรของคุณ มาแชร์มุมมองและบทเรียนทีี่เจอใ ห้เพื่อนผู้นำได้เรียนรู้ร่วมกันนะครับ 😊


















