22 มีนาคม 2022

4 ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกว่าองค์กรของคุณเป็น
‘Future-Ready Business’

ในช่วงที่ผ่านมา ‘Future-Ready Business’ หรือ ธุรกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก จนหลายคนอาจสงสัยว่าสิ่งนี้คืออะไร และทำไมองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญ ในบทความนี้เราจะพาทุกคนมาค้นหาคำตอบกับเรื่องนี้กันให้ชัดเจนมากขึ้น พร้อมแสดงให้เห็นว่า อนาคตไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว หากเรามีความพร้อมมากเพียงพอ

ความพร้อมนั้นสำคัญแค่ไหน ?

ลองคิดเปรียบเทียบเล่น ๆ ระหว่างองค์กรที่ใช้เรื่องราวในอดีตเป็นบทเรียนและมุ่งหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต กับองค์กรที่มัวแต่หวนถึงอดีตโดยเปล่าประโยชน์ ติดอยู่ในกับดักความกลัว และไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเอง เน้นแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปแบบวันต่อวัน

องค์กรแบบใดจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคตได้มากกว่ากัน ?

Vinod Kumar – CEO จาก Vodafone Business ได้อธิบายไว้ในบทความ ‘What makes a business ‘future ready’?’ ถึงเหตุผลที่องค์กรในปัจจุบันไม่ควรรีรอที่จะผันตัวเองให้กลายเป็น Future-Ready Business เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเอาชนะอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากวิกฤตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และยิ่งไปกว่านั้น คือ แนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าที่อาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในอนาคต โดยจากสถิติพบว่า ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา 49% ของธุรกิจทั้งหมดมีผลกำไรลดลง แต่ 30% ของ Future-Ready Business ยังคงรายงานผลกำไรที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับ 45% ของธุรกิจทั้งหมด

แล้วองค์กรที่เป็น Future-Ready Business ที่พร้อมสำหรับอนาคตควรเป็นอย่างไร มีปัจจัยใดบ้างที่เขาให้ความสำคัญ จากนั้นลองกลับมาเช็คดูอีกครั้งว่าองค์กรของคุณมีสิ่งเหล่านี้หรือยัง ?

4 ลักษณะที่สำคัญต่อการเป็น
Future-Ready Business

Positive Attitude
ไม่กลัวที่จะเปลี่ยนแปลง (Positive Attitude to Change) 
หลายองค์กรอาจยึดมั่นกับความสำเร็จในอดีต หรือ comfort zone ที่ตนเองเคยมี แต่เมื่อโลกเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน องค์กรก็ต้องกล้าที่จะปรับตัวให้สอดรับกับความเป็นไปที่เกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้น การจะเป็นองค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคตอย่างแท้จริง ทั้งผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ควรเริ่มจากการมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงเสียก่อน

Technology
รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ (Purposefully using ‘Technology’) เมื่อเทคโนโลยีถูกสร้างมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้มนุษย์ จึงไม่มีประโยชน์ที่เราจะปฏิเสธข้อดีของเทคโนโลยีเหล่านั้น 54% ของธุรกิจที่พร้อมสำหรับอนาคต จากการวิเคราะห์ของ Vodafone Business เลือกให้ ‘Tech Skills’ เป็นหนึ่งในทักษะแห่งอนาคตที่บุคลากรควรได้รับการสนับสนุนให้เรียนรู้อย่างเหมาะสม ในฐานะที่เทคโนโลยี คือ เครื่องมือสำคัญสำหรับการยกระดับขีดความสามารถขององค์กรให้พร้อมรองรับกับทุกความท้าทาย

stratey
กลยุทธ์ต้องชัด (Clear Strategy) ข้อมูลจาก Vodafone Business ชี้ให้เห็นว่า 51% ขององค์กรที่เป็น Future-Ready Business มักจะให้ความสำคัญกับการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน รวมไปถึงการวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพราะยิ่งเรามีการวางแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่การันตีว่าองค์กรของเรากำลังก้าวเดินสู่ทิศทางการเติบโตตามเป้าหมายได้มากขึ้นเท่านั้น


ยึดถือ ‘ความยั่งยืน’ เป็นสิ่งสำคัญ (Sustainability is Business Essential) ไม่เพียงแต่มุ่งความสนใจไปที่ผลกำไรทางธุรกิจเท่านั้น แต่องค์กรยุคใหม่ต้องใส่ใจสิ่งรอบข้าง เพราะเราไม่อาจประสบความสำเร็จได้ ในขณะที่สังคมรอบข้างกำลังล้มครืน ‘Sustainability’ หรือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจึงกลายเป็นเทรนด์สำคัญที่ทุกธุรกิจต้องจับตามอง และพยายามปรับตนเองให้สอดรับกับแนวคิดดังกล่าวให้ได้


ONCE BECOME FEARLESS
LIFE BECOMES LIMITLESS

เพราะการติดอยู่กับข้อจำกัดเดิม ๆ คงไม่อาจทำให้เราประสบความสำเร็จได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องก้าวข้ามความเจ็บปวด ความกลัว และเสริมความกล้าที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิธีการทำงาน การใช้เทคโนโลยี หรือองค์ความรู้ เพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในอนาคต

ที่มา :
  • Making the Leap: Transforming Capability into a Future-Ready Business โดย ผศ.ดร.อธิศานต์ วายุภาพ ในงานสัมมนา TQA Journey: Change in Criteria 2022 – 2023
  • บทความ What makes a business ‘future ready’ ? โดย Vinod Kumar CEO, Vodafone Business (https://www.vodafone.com/business/news-and-insights/blog/gigabit-thinking/what-makes-a-business-future-ready)

หลักสูตรแนะนำ

 




Writer

โดย ส่วนสื่อสารองค์กร

ฝ่ายกลยุทธ์และการตลาด
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ