“Soft Skills” ทักษะสำคัญของคน ที่หุ่นยนต์ยังทดแทนไม่ได้

สำหรับการทำงานในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้น การมีทักษะเฉพาะทางตามแต่ละสายงานถือเป็นปัจจัยหลักเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามการมีทักษะที่เรียกว่า “Soft Skills” ก็มีส่วนช่วยหนุนนำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

การทำงานในอนาคต ถือว่ามีแนวโน้มสูงมากที่คนจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึงใน Facebook group ของ World Economic Forum of Work โดยสมาชิกในกลุ่มได้มีการหารือถึงทางรอดในอนาคตของคนทำงานจากการแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ เนื่องจากปัจจุบันพบว่า มากกว่า 30% ของงานสามารถทำได้โดยเทคโนโลยีอัตโนมัติ

จากการศึกษาเรื่องงานในอนาคตของ World Economic Forum พบว่า 5 ล้านตำแหน่งงานจะสูญหายไปภายในปี 2020 เนื่องจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI:Artificial Intelligence)  และการพัฒนาหุ่นยนต์ที่ทันสมัย รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดการแทนที่ความต้องการแรงงานจากคน

ประเด็นสำคัญที่มีการหารือกันใน Facebook group ของ Future of Work คือการพิจารณาถึงสิ่งที่จะทำให้คนอยู่รอดได้สำหรับการทำงานในอนาคต นั่นคือ ทักษะทางด้าน Soft Skills ความสามารถในการปรับตัว และความเต็มใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลต่อการสร้างงานใหม่ขึ้นอีกมากกว่า 2.1 ล้านตำแหน่ง ซึ่งความสามารถในการตอบสนอง เปิดใจยอมรับ และปรับตัวให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำงานในอนาคต ที่จะทำให้สามารถตอบสนองต่องานใหม่ๆ ได้

นอกจากนี้ ทักษะทางสังคม และความฉลาดทางอารมณ์ ถือเป็น Soft Skills ที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง ที่ทำให้คนมีความแตกต่างจากระบบอัตโนมัติ หรือหุ่นยนต์ เพราะถึงแม้ว่าจะมีความพยายามในการทำให้หุ่นยนต์ได้เรียนรู้อารมณ์ของมนุษย์ แต่ก็ไม่สามารถเลียนแบบสัญชาตญาณพื้นฐานได้ เพราะมีความเป็นธรรมชาติสูง และไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน ซึ่งตามรายงานของ PricewaterhouseCoopers (PwC) ก็ได้ให้ความเห็นว่าเทคโนโลยียังไม่สามารถแทนที่จิตใจของมนุษย์ได้

การพัฒนาทักษะทางสังคม และความฉลาดทางอารมณ์สำหรับคนทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะส่งผลให้บรรยากาศในการทำงานดี สังคมน่าอยู่ และด้วยการมี self-awareness ของคนทำงาน จะเป็นการปลูกฝังวิธีคิดที่ไม่ได้ตีกรอบเฉพาะงานที่ทำอยู่ แต่พวกเขาจะคิดและมุ่งมั่นที่จะไปข้างหน้าและมองภาพที่ใหญ่ขึ้นในระดับโลก

จากการศึกษาของ PricewaterhouseCoopers (PwC) ได้มีการคาดการณ์ว่า ในปี 2030  8-9% ของแรงงานทั่วโลก 2.66 พันล้านคนจะอยู่ในสายอาชีพใหม่ โดยมีแนวโน้มเป็นสายงานเฉพาะทาง เช่น งานด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ ซึ่งดูเหมือนว่า STEM (Science,Technology,Engineering,Mathematics)    จะเป็นสาขาวิชาที่มีความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต การพัฒนาความรู้และทักษะเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม งานหลายอย่างสามารถทำได้โดยระบบอัตโนมัติ ความรู้ต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนทำงานในอนาคตจึงต้องมีความยืดหยุ่น พร้อมจะปรับเปลี่ยน เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ และที่สำคัญต้องมีทักษะที่หลากหลาย ลองคิดเกี่ยวกับทักษะและความสามารถในปัจจุบันที่มี โดยไม่ยึดติดกับบทบาทหน้าที่และอาชีพที่เป็นอยู่ พิจารณาว่าสามารถที่มีจะพัฒนาไปในทิศทางใดได้บ้าง และพัฒนาทักษะเหล่านั้นให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะทักษะทางด้าน Soft Skills ที่ใช้สัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ ที่หุ่นยนต์ยังทดแทนไม่ได้ ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมรับมือสำหรับการทำงานในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ที่มา : https://www.weforum.org/agenda/2017/12/future-of-work-community-soft-skills-jobs-robots

ดูบทความทั้งหมด →

บทความโดย: สุธาสินี โพธิจันทร์

การศึกษา : วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาสถิติ ม.ธรรมศาสตร์ และ วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ ม.ธรรมศาสตร์
ประวัติการทำงาน : สายงานอุตสาหกรรม : Process Improvement บริษัท คาวาซูมิ ลาบอราทอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด  สายงานวิชาการ : งานพัฒนาคุณภาพ ส่วนพัฒนาคุณภาพ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
ปัจจุบัน : ตำแหน่ง นักวิชาการเพิ่มผลผลิต ส่วนรณรงค์ส่งเสริมการเพิ่มผลผลิต สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
สายงานฝึกอบรม และให้คำปรึกษาแนะนำด้านการรณรงค์ส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพ ทั้งในภาค ผลิต บริการ และการศึกษา