31 July 2017

 

เทคโนโลยีในโลกปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากในอดีต และมีแนวโน้มว่าวิทยาการใหม่ๆ จะถูกคิดค้นเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต จึงเป็นความท้าทายของงานบริหารทรัพยากรบุคคล ที่จำเป็นต้องเรียนรู้เทรนด์การทำงาน เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการวิจัยของซัมซุงคาดการณ์ว่า ในปี 2020 งานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลต้องเตรียมพร้อมเพื่อตั้งรับกับบทบาทใหม่ เพราะคนทำงานกว่า 40% เลือกประกอบอาชีพอิสระเป็นเจ้านายตนเอง (freelancer)

จากรายงานทางด้านเศรษฐกิจระบุว่า งานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลและงานภาครัฐต้องทบทวนบทบาทหน้าที่เรื่องการทำงานในศตวรรษที่ 21 อย่างสมบูรณ์ ในประเด็นว่าฝ่ายใดควรรับผิดชอบดำเนินการและทำอย่างไรจึงจะสามารถเข้าถึงข้อมูลร่วมกันได้อย่างเปิดเผยแต่ปลอดภัย  ในทางกลับกันเป็นการบีบให้ผู้เกี่ยวข้องต้องคิดทบทวนรูปแบบวิธีการสร้างแบบจำลองทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่ใช้ อ้างอิงจากผลรายงานวิจัยของ McKinsey พบว่า ประชากรวัยทำงานในอนาคตมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำงานอิสระไม่ใช่แรงงานพันปีเช่นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังพบว่า 60% ของแรงงานอิสระในยุโรปพึงพอใจกับการทำงานอิสระเพราะมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง มีแค่เพียง 14% เท่านั้น ที่ต้องการงานแบบดั้งเดิม  ในขณะที่ 78% ของแรงงานรู้สึกมีแรงกระตุ้นดีขึ้นมากหากสามารถกำหนดตารางเวลางานได้ด้วยตนเอง โดยที่ 71% คิดว่าบริษัทควรจ่ายค่าแรงให้กับพวกเขาตามเวลาที่ทำงานจริง และ 64% มีความเชื่อว่าการกำหนดลำดับขั้นในการทำงานจะเป็นประโยชน์มากกว่า

นักวิจัยพยายามแสดงให้เห็นว่าในปี 2020 แรงงานกว่า 40% มีแนวโน้มที่จะเลือกประกอบอาชีพอิสระเป็นเจ้านายตนเอง ซึ่งส่งผลให้ตลาดงานของผู้ประกอบวิชาชีพด้าน HR อิสระ (HR Freelance) มีมูลค่าสูงถึง 10 พันล้านเหรียญ

ในปี 2020 จะมีเพียงคนทำงานบางส่วนเท่านั้นที่จะต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศทุกวัน ผู้ก่อตั้ง Marcos Eguillor ของ BinaryKnowledge ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการวิจัย กล่าวว่า “ในอนาคต บริษัท จะลดอัตราจำนวนพนักงานประจำที่ต้องได้รับเงินเดือนหลักลง เหลือแค่เพียงทีมผู้บริหารหลักที่ทำหน้าที่ออกแบบและจัดทำแผนลยุทธ์ระดับสูงขององค์กรเท่านั้น”

ตัวแทนของกลุ่มที่ทำอาชีพอิสระจะใช้ทักษะเฉพาะที่โดดเด่นของสมาชิกในทีมเป็นจุดขายเพื่อต่อรองค่าจ้างกับบริษัทต่าง ๆ ที่มีความสนใจต้องการซื้อตัวพนักงานในเวลาเดียวกัน

บทบาทของแรงงานในองค์กร เปลี่ยนจากผู้ต้องอยู่ใต้การครอบครองของบริษัทมาเป็นแรงงานอิสระผู้ทำหน้าที่ให้บริการทางธุรกิจที่ช่วยให้แรงงานส่วนใหญ่และเป็นผู้ผลักดันให้แรงงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยรูปแบบการทำงานดังกล่าว ดังนั้น การอยู่ในระดับแนวหน้าของผู้นำการเปลี่ยนไปสู่ วิธีการสรรหาบุคลากรนี้ จะสร้างความแตกต่างระหว่างความสำเร็จและความล้มเหลวของบริษัทในยุคเศรษฐกิจเปิดในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

Marie Puybaraud หัวหน้าฝ่ายวิจัยองค์กรของ บริษัท JLL หนึ่งในผู้ให้ความสนับสนุนในการจัดทำรายงานฉบับนี้ กล่าวเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นนี้ว่า “วัฒนธรรมองค์กรจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเพื่อรองรับความคาดหวังของคนทำงานในอนาคต และในท้ายที่สุดจะมีผลอย่างยิ่งต่อรูปแบบวิธีการทำงานขององค์กร”

ที่มา: http://www.hrmagazine.co.uk/article-details/ultra-flexible-workers-will-challenge-hr-by-2020




Writer

ธนัญญา สุธรรมชัย

นักวิเคราะห์การตลาดอาวุโส ส่วนการตลาด
ฝ่ายกลยุทธ์และการตลาด สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ