วันที่ 25 กันยายน 2561 เวลา 9:00-16:00 น.
  • This event has passed.
Let’s ask the Expert
วันอังคารที่ 25 กันยายน 2561 เวลา 9.00 – 16.00 น.  ห้องอโนมา 1  โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพ ปทุมวัน

 

พบกับ EXPERT 2 ด้าน 2 สไตล์
Morning Session:      The Rise of Thai Visionary in Powering Global Business

 

“As a global leader you must not underestimate the importance of visiting your local leaders and their markets. In order to understand your people’s expectations, the environment and how this shapes peoples reality and behavior, you really need to be present in the local markets”

ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทข้ามชาติที่ทำตลาดในประเทศไทยหลากหลายประเภทอุตสาหกรรม ได้ปรับโครงสร้างและแต่งตั้งผู้บริหารคนไทยเข้ามาบริหารแทนผู้บริหารจากบริษัทแม่  อะไรที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้

พบกับ 2 MD ไทยที่จะมาเปิดมุมมอง และเล่าประสบการณ์ในการบริหารจัดการ ทั้งก่อนและหลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัทต่างชาติในประเทศไทย ในหลากหลายด้าน เช่น

  • A CEO´s Perspective
  • Local Learnings for a Global Business
  • How to evaluate your unique leadership situation
  • Best Practice

EXPERT:

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ

คนไทยคนแรกขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานอำนวยการ บริษัท Y&R ประเทศไทย จำกัด

ในเครือบริษัท WPP’S YOUNG & RUBICAM BRANDS – Y&R ADVERTISING

นักวางแผนกลยุทธ์และที่ปรึกษาแบรนด์ เจ้าของรางวัลสภาการตลาดเอเซียแปซิฟิค ปี 2011-2013

ที่ปรึกษางานวิจัยตลาดสถาบันวิจัยอันดับหนึ่งของประเทศอังกฤษ (TNS Research International)

 

คุณสุธี สุวงศ์วัฒนากุล

ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ HP ประเทศไทย

บริษัท HP Inc. (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท Startup ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นอันดับ 1 ในตลาดด้าน Commercial PC, Inkjet, LaserJet

Afternoon Session:      How to Build a Customer Journey

 

“มากกว่าความภักดี คือการทำให้ Loyalty สร้างการบอกต่อและรักษาชื่อเสียงขององค์กร”

How Brands Grow เป็นหนังสือทางการตลาดเล่มหนึ่ง เขียนโดย Byron Sharp ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ได้ลบความเชื่อในการสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าออกไป แล้วสร้างทฤษฎีใหม่ขึ้นมา คือ การมุ่งหาลูกค้าใหม่ และเพิ่มการเข้าถึงให้กับลูกค้า เพื่อให้องค์กรอยู่รอด นอกจากสร้างความฮือฮาแล้ว หลายๆองค์กรได้นำกลยุทธ์นี้ไปทดลองใช้ โดยตัดงบเกี่ยวกับการดูแลลูกค้าเก่า และหันไปทุ่มเทให้กับการสร้างและหาลูกค้าใหม่ ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือ ผลตอบรับที่เป็นไปในทางลบจากกลุ่มลูกค้าเก่า ที่ส่งผลต่อกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้าใหม่ และจบลงด้วยยอดขายไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลเปลี่ยนไป ทำให้อำนาจในการบอกต่อประสบการณ์ที่ดีหรือไม่ดี สามารถส่งผลต่อภาพลักษณ์สินค้าจนนำไปสู่ตัดสินใจซื้อได้

Customer Journey Mapping  เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการบริหารประสบการณ์ลูกค้า ที่เกิดจากความ “เข้าใจ”และสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่มาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของธุรกิจตั้งแต่ต้นจนจบ ตามมาตรฐานเฉพาะด้านคุณภาพ สู่การเป็น Loyalty Customer อย่างแข็งแกร่งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ รวมไปถึงเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรอีกด้วย

Customer and Market Focus
  • Customer Segmentation and Targeted Customer
  • Voice of Customer
  • การจัดการเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • Customer Complaint Management
Customer Journey Mapping: Step-by-step
  • การเขียน Journey Mapping ในมุมของลูกค้า
  • กำหนด Customer Touch Point
  • การสัมภาษณ์ประสบการณ์ลูกค้าเพื่อค้นหา Pain point และประเมินความพึงพอใจ
  • การศึกษาเชิงปริมาณ (Quantitative Method) เพื่อระบุ Touch Point ที่สำคัญ
  • การวิเคราะห์เพื่อค้นหาโอกาสในการปรับปรุงและสร้างนวัตกรรมบริการ
Case Study: Customer Journey Mapping และการวิเคราะห์ของธุรกิจชั้นนำ

EXPERT:

คุณณัฐพัชร์ ล้อประดิษฐ์พงษ์

ที่ปรึกษา สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ และที่ปรึกษาองค์กรด้านการจัดการลูกค้า

ผู้เขียนหนังสือ    จัดการเสียงของลูกค้าอย่างไรให้ได้ใจลูกค้า

ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน สมัคร 1 ท่าน สมัคร 2 ท่าน ฟรีท่านที่ 3
สมาชิกสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ 3,600 (รวม Vat7%= 3,852) 7,200(รวม Vat7%= 7,704)
บุคคลทั่วไป 4,000(รวม Vat7%= 4,280) 8,000(รวม Vat7%= 8,560)
  • ค่าใช้จ่ายไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สถาบันจดทะเบียนในนามมูลนิธิจึงได้รับยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ราคานี้รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน และเอกสารประกอบการสัมมนา
วิธีการสมัครและชำระเงิน

  • สมัครผ่านออนไลน์ทางเว็บไซต์ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ftpi.or.thหรือกรอกใบสมัครตามเอกสารแนบ
  • สั่งจ่ายเช็คในนาม“มูลนิธิเพื่อสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ”/“Foundation for Thailand Productivity Institute”
  • หรือโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาอาคารยาคูลท์ สนามเป้า ชื่อบัญชี

“มูลนิธิเพื่อสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ” บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 210-0-50861-9

  • ส่งใบสมัครและหลักฐานการชำระเงินมาที่ E-mail: publicseminar@ftpi.or.th หรือ Fax 0-2619-8070
หมายเหตุ: กรณีผู้สมัครไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ กรุณาส่งชื่อผู้แทนหรือแจ้งยกเลิกล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ หากไม่มีการแจ้งล่วงหน้า สถาบันขอเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 50% ของค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทรศัพท์:  0-2619-5500 ต่อ 434 (ชุติมา) , 432 (ประภาพร)
E-mail:  publicseminar@ftpi.or.th     Website: https://www.ftpi.or.th